ชัชชาติเสนอ 4 วิธีแก้ปัญหา PM 2.5 ย้ำ รัฐต้องจัดหาหน้ากาก ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน

รองศาสตราจารย์ ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายก อดีตผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขามีสมญาที่ประชาชนตั้งให้ว่า บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี คุณชัชชาติถือเป็นอีกหนึงบุคคลที่เป็นขวัญใจของใครหลาย ๆ คน

ล่าสุดคุณชัชชาติได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นกับทางภาคเหนือ 4 ข้อ อีกทั้งยังย้ำว่า รัฐต้องจัดหาหน้ากากที่มีคุณภาพให้กับคนที่ต้องการทุกคน รวมทั้งให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (Real Time) กับประชาชน โดยข้อความบนเฟซบุ๊กของคุณๆชัชชาติ กล่าวว่า

การแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าของฝุ่นที่เชียงใหม่และภาคเหนือตอนนี้คือ

1. การจัดหาหน้ากากและเครื่องกรองอากาศให้กับประชาชนโดยด่วน

2. การห้ามการเผาอย่างเข้มงวด

3. การแจ้งเหตุไฟ การดับไฟป่าและไฟทุ่งอย่างรวดเร็ว

4. การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องการเผาไร่

รัฐต้องจัดหาหน้ากากที่มีคุณภาพให้กับคนที่ต้องการทุกคน รวมทั้งให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (Real Time) กับประชาชน

เครื่องกรองอากาศ ปัจจุบันราคาแพงมาก มีการสอนวิธีการทำโดยใช้พัดลมดูดอากาศกับแผ่นกรองอากาศง่ายๆ ราคาไม่แพง หลายรูปแบบ เมื่อเช้าผมลองทำดูโดยใช้พัดลมดูดอากาศขนาด 10” กับ แผ่นกรองอากาศ 3M Filtrete ทำได้ง่ายๆ ใช้งบประมาณพันกว่าบาท แต่ปัญหาคือแผ่นกรองอากาศในพื้นที่ขาดแคลนมาก ถ้าพวกเราที่พอมีกำลังจะช่วยตรงนี้ได้น่าจะเป็นประโยชน์ อาจจะช่วยกันทำเครื่องกรองอากาศง่ายๆส่งให้พี่น้องเราที่ภาคเหนือก็ได้

การดับไฟป่านั้น อาสาสมัครดับไฟป่ามีจำนวนน้อย ขาดอุปกรณ์รวมทั้งงบประมาณ ถ้าเราช่วยกันตรงนี้ก็จะช่วยให้การดับเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างที่ผมเจอเมื่อได้ขึ้นไปที่เชียงดาว คนในพื้นที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกเยอะเลยครับเพราะพื้นที่เชียงดาวนั้นไหม้ไปแล้วกว่า 70% ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟมีแค่ 200 กว่าคนเท่านั้น คนในพื้นที่จึงขอระดมทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟ เช่น เครื่องเป่าควัน แว่นกันควัน เตาแมกนีโต เปลมุ้ง Firesheet อุปกรณ์เดินป่า ข้าวสาร เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำยาล้างจาน เครื่องอุปโภคและบริโภคแบบสำเร็จรูป เช่น อาหารสำเร็จรูปโรซ่า อาหารกระป๋อง เป็นต้น พวกเราอาจร่วมบริจาคได้ที่ภาคีเครือข่ายเรารักดอยหลวงเชียงดาวครับ

จากภาพถ่ายดาวเทียม เห็นชัดเจนว่า Hot Spot จำนวนมากอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ใกล้ชายแดนไทย กระทรวงต่างประเทศต้องมีมาตรการเชิงรุกในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน และมีมาตรการเหมือนที่สิงคโปร์เคยทำสำเร็จมาแล้วกรณีควันที่เกิดจากการเผาไร่ปาล์มในอินโดนีเซีย

ปัญหาหมอกควันไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นปัญหาที่กระทบชีวิตของพวกเราเป็นอย่างมาก ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน สถานการณ์น่าจะดีขึ้นได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ